กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ห่วงใยสุขภาพประชาชนในช่วงอากาศหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น แนะนำให้ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวอย่างมีความสุข ควบคู่กับการดูแลสุขภาพ ป้องกันโรค และระมัดระวังภัยสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นไปอย่างปลอดภัยตลอดการเดินทาง

       วันนี้ (16 มกราคม 2569) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงที่มีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิลดลง และมีการรวมกลุ่มของประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ส่งผลให้โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ และปอดอักเสบ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว จึงขอให้ประชาชนใส่ใจดูแลสุขภาพตนเองเป็นพิเศษ

       “การท่องเที่ยวเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างความสุขและกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ไม่ควรละเลยเรื่องสุขภาพ ขอให้ประชาชนเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง พักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลร่างกายให้แข็งแรง สวมเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ หมั่นล้างมือ สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่แออัด และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการป่วย” อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว

       นอกจากโรคติดต่อแล้ว ประชาชนควรให้ความสำคัญกับสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งในช่วงนี้หลายพื้นที่ของประเทศมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน จากข้อมูลการติดตามสถานการณ์ พบว่าค่าฝุ่น PM2.5 ในบางจังหวัดอยู่ในระดับที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ จึงขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่มีค่าฝุ่นอยู่ในระดับสูง และเลือกใช้หน้ากากป้องกันฝุ่นที่ได้มาตรฐาน

       ด้าน นายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกหนึ่งประเด็นที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังในช่วงอากาศหนาว คือ การใช้เครื่องทำน้ำอุ่นในที่พัก โรงแรม หรือโฮมสเตย์ ซึ่งมีการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในแต่ละปีพบรายงานอุบัติเหตุจากการใช้เครื่องทำน้ำอุ่นที่ไม่ได้มาตรฐานหรือใช้งานไม่ถูกวิธีอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะเครื่องทำน้ำอุ่นแก๊สที่ติดตั้งในพื้นที่ปิด ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต แนะนำให้เลือกที่พักที่มีการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นได้มาตรฐาน มีระบบสายดินและเครื่องตัดไฟรั่ว ตรวจสอบสภาพสายไฟและตัวเครื่องก่อนใช้งาน ไม่ใช้ขณะร่างกายเปียกหรือมีอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นอยู่ใกล้ และควรปิดสวิตช์ทุกครั้งหลังใช้งาน

       สำหรับเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ยิ่งเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น คนที่เป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคระบบทางเดินหายใจ โดย 1) เปิดพัดลมดูดอากาศหรือช่องระบายอากาศทุกครั้งขณะอาบน้ำ หากไม่มี ให้แง้มประตูหรือหน้าต่างไว้เพื่อให้อากาศถ่ายเท 2) ไม่ควรอาบน้ำนานเกิน 10 นาที 3) หลีกเลี่ยงการอาบน้ำต่อจากผู้อื่นทันที ควรเปิดประตูห้องน้ำระบายอากาศทิ้งไว้อย่างน้อย 15 นาที ก่อนเข้าใช้งาน 4) ควรมีคนอยู่ใกล้ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน และ 5) หากมีอาการวิงเวียน หน้ามืด หายใจลำบาก หรือได้กลิ่นแก๊สขณะอาบน้ำ ให้รีบปิดเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส และออกจากห้องน้ำไปยังที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ทันที

       ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคได้กำชับหน่วยงานในสังกัดและสำนักงานป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่ เฝ้าระวังสถานการณ์โรคและภัยสุขภาพในแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่ที่มีประชาชนเดินทางหนาแน่น พร้อมสื่อสารความเสี่ยงและให้คำแนะนำด้านสุขภาพแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง และขอความร่วมมือประชาชน “เที่ยวอย่างระมัดระวัง ใส่ใจสุขภาพ ป้องกันโรค เลี่ยงฝุ่น PM2.5 และใช้เครื่องทำน้ำอุ่นอย่างถูกวิธี” เพื่อให้การท่องเที่ยวในช่วงอากาศหนาวเย็นเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและปลอดภัย หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

 

*********************************

ข้อมูลจาก : กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม/สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค

วันที่ 16 มกราคม 2569



   
   


View 39    16/01/2569   ข่าวในรั้ว สธ.    สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ