รมว.สธ. มอบทีม LERT กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สุ่มตรวจอาหาร-น้ำอุปโภคบริโภค เฝ้าระวังสารเอทิลอะซิเตตปนเปื้อนในพื้นที่สารเคมีรั่วไหล จ.สมุทรปราการ ไม่พบสารเอทิลอะซิเตต ในทุกตัวอย่าง
- กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
- 47 View
- อ่านต่อ

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนนักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว โดยเฉพาะพื้นที่ภูเขาและยอดดอยในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้เพิ่มความระมัดระวังในการใช้เครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สภายในที่พัก ขอให้เว้นระยะเวลาการเข้าใช้ห้องน้ำต่อจากคนก่อนหน้าอย่างน้อย 10–15 นาที และใช้เวลาอาบน้ำไม่เกิน 10 นาที เพื่อป้องกันการสะสมของก๊าซพิษที่ทำให้การเกิดภาวะไหลเวียนของออกซิเจนต่ำ นำมาสู่การวิงเวียน ขาดอากาศหายใจ หมดสติ และอาจเสียชีวิตได้
วันนี้ (8 มกราคม 2569) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงฤดูหนาวประชาชนและนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวและเข้าพักในรีสอร์ต โรงแรม หรือบ้านพักในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น ซึ่งบางแห่งอาจมีการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สแทนระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านพลังงานไฟฟ้า กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้เฝ้าระวังเหตุการณ์การป่วยและเสียชีวิตขณะอาบน้ำในห้องน้ำที่ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นแบบใช้ระบบแก๊ส ระหว่างปี พ.ศ. 2551–15 กันยายน 2568 พบรายงานทั้งสิ้น 34 เหตุการณ์ รวมผู้ได้รับผลกระทบ 51 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วย 41 ราย เสียชีวิต 10 ราย อายุระหว่าง 4–67 ปี กลุ่มอายุที่พบสูงสุด คือ 20–29 ปี จำนวน 14 ราย ร้อยละ 27.45 รองลงมา คือ กลุ่มอายุ 10–19 ปี จำนวน 10 ราย (19.61) เพศหญิง 31 ราย และเพศชาย 20 ราย โดยมีรายงานเหตุการณ์ล่าสุดในเดือนมีนาคม 2566 ส่วนใหญ่เกิดในช่วงเดือนตุลาคมถึงมกราคม ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 36 ราย เพชรบูรณ์ (7 ราย) เชียงราย (4 ราย) ชลบุรี (3 ราย) และน่าน (1 ราย) เหตุเกิดตามสถานที่พักต่าง ๆ ได้แก่ โรงแรมและรีสอร์ต 33 ราย บ้านพักอาศัย 11 ราย วัด/สถานที่ปฏิบัติธรรม 4 ราย ที่พักราชการและอุทยานแห่งชาติ 3 ราย
"เหตุการณ์มักเกิดจากการอาบน้ำต่อเนื่องกันหลายคนโดยไม่ได้เปิดประตูให้มีการระบายอากาศก่อนที่คนต่อไปจะเข้าไปอาบน้ำ หรือทำกิจกรรมในห้องน้ำเป็นเวลานาน ไม่มีหรือไม่ได้เปิดพัดลมระบายอากาศ จากการตรวจระดับแก๊สในห้องน้ำที่มีเหตุการณ์บาดเจ็บหรือเสียชีวิตในบางเหตุการณ์ พบระดับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) มีค่าระหว่าง 9,000–32,000 ppm และแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) มากกว่า 1,000 ppm ที่เป็นระดับที่สามารถทำให้เสียชีวิตได้ทันที" อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว
ด้าน นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า เครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สจะมีการเผาไหม้เพื่อส่งความร้อนไปทำให้น้ำอุ่นและร้อนขึ้น (เหมือนการต้มน้ำ) เรียกว่า เป็นการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ยิ่งใช้เวลาอาบน้ำนานก็ต้องสูดดมก๊าซเข้าไปเรื่อย ๆ หากสูดดมก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าไปในปริมาณมาก ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จะเข้าไปเกาะจับกับเม็ดเลือดแดงแทนออกซิเจน ทำให้ร่างกายนำออกซิเจนไปใช้ไม่ได้ โดยเฉพาะในบริเวณที่มีออกซิเจนต่ำ การไหลเวียนของออกซิเจนไม่ดี ทำให้เกิดอาการวิงเวียน ปวดศีรษะ มึนงง หน้ามืด หายใจลำบาก คลื่นไส้ อาเจียน ซึม ร่างกายขาดอากาศหายใจ ส่งผลให้หมดสติ และเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น ควรได้รับการดูแลและเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากคนกลุ่มนี้หากสูดดมแก๊สเข้าไปอาจทำให้เสียชีวิตได้ง่ายกว่ากลุ่มอื่น
กรมควบคุมโรค ขอแนะนำให้สถานประกอบการ โรงแรม รีสอร์ต และที่พักต่าง ๆ ตรวจสอบเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ได้มาตรฐาน และมีความปลอดภัย ควรติดตั้งเครื่องในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศเพียงพอ มีพัดลมดูดอากาศ และติดป้ายคำเตือนพร้อมคำแนะนำการใช้งานอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้เข้าพักสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย หากเครื่องทำน้ำอุ่นดังกล่าวไม่ได้มาตรฐาน ติดตั้งไม่ถูกต้อง หรือห้องน้ำมีการระบายอากาศไม่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้งานในระหว่างการอาบน้ำได้
สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวขอให้เพิ่มความระมัดระวังขณะการใช้งานเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส ดังนี้ 1) อ่านคำแนะนำการใช้งานให้ละเอียดก่อนเริ่มใช้งาน 2) เปิดพัดลมระบายอากาศ หรือช่องระบายอากาศทุกครั้งขณะอาบน้ำ ในกรณีที่ไม่มีพัดลมดูดอากาศให้สำรวจพื้นที่ว่างระหว่างประตูห้องน้ำว่ามีช่องกว้างพอสมควรให้พัดพาอากาศจากภายนอกเข้ามาภายในห้องน้ำได้หรือไม่ หากไม่มีทั้งสองอย่างให้เปิดประตูแง้มไว้เพื่อให้มีช่องลมผ่านขณะอาบน้ำ 3) ไม่ควรอาบน้ำนานเกิน 10 นาที 4) หลีกเลี่ยงการอาบน้ำต่อจากคนก่อนหน้าทันที ควรเปิดประตูทิ้งไว้อย่างน้อย 15 นาที ถึงเข้าใช้ห้องน้ำต่อ และ 5) เมื่อมีอาการวิงเวียน หน้ามืด หายใจลำบาก หรือได้กลิ่นแก๊สขณะอาบน้ำให้รีบปิดเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส และออกจากห้องน้ำทันที
ทั้งนี้ หากพบเห็นผู้อื่นหมดสติขณะอาบน้ำ หรือมีอาการผิดปกติจากการใช้เครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส เช่น วิงเวียนศีรษะ อาเจียน หายใจลำบาก ให้พาผู้ที่มีอาการไปยังพื้นที่โล่ง เปิดประตูหรือหน้าต่างห้องพักเพื่อระบายอากาศ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น รีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์ หรือโทรแจ้งสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422




*********************************
ข้อมูลจาก : กองระบาดวิทยา/สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค
วันที่ 8 มกราคม 2569