ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ติดตามการแก้ปัญหาโรงพยาบาลขาดสภาพคล่อง ลงพื้นที่โรงพยาบาลชัยภูมิ ซึ่งขาดสภาพคล่อง 216 ล้านบาท มีการพัฒนาศักยภาพด้านการบริการต่อเนื่อง ใช้ไอทีอำนวยความสะดวกผู้รับบริการ ดึงเม็ดเงินเข้าโรงพยาบาล พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บค่ารักษา ควบคุมค่าใช้จ่ายตามแผนเงินบำรุง ขณะที่โรงพยาบาลขอนแก่นขาดสภาพคล่อง1,237 ล้านบาท ให้ผู้ตรวจราชการฯ และสาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 7 เป็นประธานคณะทำงาน เร่งติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหา ร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการและคณะทำงานของโรงพยาบาลขอนแก่น

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาโรงพยาบาลขาดสภาพคล่องทางการเงิน ที่โรงพยาบาลชัยภูมิและโรงพยาบาลขอนแก่น ว่า รายได้หลักของโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศที่นำมาใช้จ่ายในการพัฒนาบริการประชาชน มาจากเงินค่ารักษาพยาบาลที่เรียกเก็บจากกองทุนสุขภาพต่างๆ โดยส่วนใหญ่มาจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งยังต่ำกว่าต้นทุนค่ารักษาพยาบาลจริงอยู่มาก รวมทั้งยังมีบางส่วนที่เรียกเก็บไม่ครบถ้วนหรือเรียกเก็บไม่ได้ ทำให้เกิดการขาดสภาพคล่องสะสมต่อเนื่อง และส่งผลกระทบต่อการพัฒนาและการจัดบริการประชาชนในที่สุด
แนวทางแก้ไขจึงมี 2 ส่วนสำคัญ คือ การเพิ่มรายได้ ด้วยการพัฒนาศักยภาพการบริการในกลุ่มผู้รับบริการนอกระบบหลักประกันสุขภาพ รวมทั้งพัฒนาระบบเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่ครอบคลุม และลดรายจ่ายที่เกินความจำเป็น อาทิ รวมคลังยา/วัสดุการแพทย์ย่อย ลดการตรวจเอกซเรย์/แล็บซ้ำ เป็นต้น

นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า ในส่วนของโรงพยาบาลชัยภูมิ ข้อมูลเดือนกุมภาพันธ์ 2568 พบว่าขาดสภาพคล่อง 216 ล้านบาท มีการพัฒนาศักยภาพการบริการขั้นสูง อาทิ ศูนย์สวนหัวใจ ศูนย์หลอดเลือดสมอง การผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายกระจกตา ร่วมกับการใช้ระบบดิจิทัลเพิ่มความสะดวกให้ผู้รับบริการ เพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่ายค่ารักษาจากกองทุนสุขภาพ ลดการสำรองยา/วัสดุคงคลัง ช่วยให้โรงพยาบาลมีรายได้หมุนเวียนมาพัฒนาต่อเนื่อง ที่สำคัญคือ การจัดทำแผนการใช้จ่ายเงินบำรุงและควบคุมกำกับรายรับ - รายจ่ายให้เป็นไปตามแผนฯ สำหรับโรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งขาดสภาพคล่องสะสมจนถึงเดือนมีนาคม 2568รวม 1,237 ล้านบาท พบปัญหาหลายส่วน เช่น การจ้างลูกจ้างที่เพิ่มขึ้นกว่า 22% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้มีต้นทุนบริการที่สูงขึ้นมาก ซึ่งแม้จะมีศักยภาพด้านการบริการขั้นสูงและมีการจัดคลินิกพิเศษเฉพาะทางหลายสาขาเพื่อสร้างรายได้เข้าโรงพยาบาล รวมทั้งมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการเบิกจ่ายค่ารักษาจากกองทุนสุขภาพ และควบคุมกำกับค่าใช้จ่ายต่างๆ แต่เนื่องจากยอดขาดสภาพคล่องที่สูงทำให้กระทบต่อการดำเนินงาน จึงมีข้อสั่งการเพื่อเป็นแนวทางแก้ไขปัญหา ดังนี้ 1) สื่อสารภายในองค์กรให้บุคลากรได้รับรู้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น 2) ให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับได้ร่วมกันแก้ไขปัญหา 3) เปิดเผยข้อมูล
ที่โปร่งใสต่อสาธารณะ และ 4)  ให้มีการติดตามกำกับอย่างใกล้ชิด โดยมอบหมายให้ นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 7 เป็นประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์และวางนโยบายแก้ไขปัญหา และ นพ.ภาคี ทรัพย์พิพัฒน์ สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 7 เป็นประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหา ทำงานร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลและคณะทำงานของโรงพยาบาลขอนแก่น
อย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาขาดสภาพคล่องของโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

***************************************************** 2 เมษายน 2568

 



   
   


View 616    02/04/2568   ข่าวเพื่อมวลชน    สำนักสารนิเทศ