กระทรวงสาธารณสุข เปิดให้บริการตรวจรักษาโรควัณโรคฟรี ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง กทม. สำนักวัณโรคบางโคล่ กทม. และที่โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลจังหวัด และโรงพยาบาลศูนย์ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ เนื่องในวันวัณโรคโลก 24 มีนาคม 2554เผยสถานการณ์ล่าสุด คนไทยเสียชีวิตจากวัณโรคในปี 2553 เฉลี่ยชั่วโมงละ 1 คน แนะให้ผู้ที่มีอาการสงสัยเช่นไอเรื้อรัง ไข้ขึ้นตอนบ่ายๆ น้ำหนักตัวลด ให้รีบไปตรวจรักษา

          ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (24 มีนาคม 2554) เป็นวันที่องค์การอนามัยโลกกำหนดให้เป็นวันวัณโรคโลก นอกจากจะรำลึกถึงนายแพทย์โรเบิร์ต คุกค์ ผู้ค้นพบเชื้อวัณโรคคนแรกเมื่อปี พ.ศ. 2425 แล้ว ยังเป็นการกระตุ้นเตือนชาวโลกและผู้นำประเทศต่างๆทั่วโลกตระหนักถึงภัยอันตรายจากวัณโรค โดยเฉพาะประเด็นสำคัญคือวัณโรคดื้อยาหลายชนิด ซึ่งมีความรุนแรง ยารักษาชนิดใหม่อาจไม่ได้ผลดี และจะไม่มียาดีรักษา ทำให้เชื้อแพร่กระจายและทำให้มีผู้ป่วยเสียชีวิตมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมียาที่ดี รักษาได้ผลในระยะเวลาอันสั้น แต่ผู้ป่วยต้องกินยาตรงตามเวลาทุกมื้ออย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาเชื้อดื้อยา และต้องไปรับการรักษาตั้งแต่เริ่มมีอาการป่วย จะทำให้ได้ผลดี
           ดร.พรรณสิริกล่าวว่า สถานการณ์วัณโรคในประเทศไทยขณะนี้ องค์การอนามัยโลกได้จัดไทยอยู่ในกลุ่มประเทศทีมีขนาดปัญหาของวัณโรคสูง 1 ใน 22 ประเทศทั่วโลก ในปี 2553 มีผู้เสียชีวิตจากวัณโรครวม 12,100 ราย เฉลี่ยชั่วโมงละ 1.3 คน วัณโรคที่พบร้อยละ 80 เป็นวัณโรคปอด
          ดังนั้นเนื่องในวันวัณโรคปีนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้ประชาชนในการป้องกันตัวเองไม่ให้ป่วยเป็นวัณโรค รู้วิธีการรักษาเมื่อป่วยแล้ว ไม่ให้โรคติดต่อไปสู่คนอื่น และรู้วิธีป้องกันปัญหาวัณโรคดื้อยา โดยจัดรณรงค์ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง กทม. เวลา 13.00-18.00 น. ภายในงานจะมีบริการตรวจเอกซเรย์ปอดด้วยเครื่องเอกซเรย์ชนิดใหม่ ระบบดิจิตอล รู้ผลทันที และให้การรักษาฟรี นอกจากนี้ยังให้บริการตรวจรักษาวัณโรคฟรีที่สำนักวัณโรคบางโคล่ กทม. และที่โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลจังหวัด และโรงพยาบาลศูนย์ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ จึงขอเชิญชวนประชาชนให้ไปรับการตรวจหาวัณโรคตามสถานที่ดังกล่าวข้างต้น 
          ด้านนายแพทย์มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า วัณโรคเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เป็นได้ทุกอวัยวะ แต่พบมากที่สุดคือที่ปอด อาการจะเริ่มจากมีไข้ต่ำๆในช่วงบ่าย เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลด ไอเรื้อรัง หากปล่อยไว้นานจะมีอาการไอปนเลือด เชื้อจะอยู่ในเสมหะ สามารถลอยไปในอากาศและติดคนอื่นได้ คนที่เสี่ยงติดเชื้อวัณโรคง่ายมี 3 กลุ่มคือ ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว โรคเรื้อรัง ซึ่งมีภูมิต้านทานโรคต่ำ เช่นผู้ติดเชื้อเอชไอวี โรคเบาหวาน โรคโลหิตจาง ฉะนั้นหากพบเห็นผู้ที่มีอาการดังกล่าว ให้แนะนำหรือพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจเสมหะและเอกซเรย์ปอด เพื่อรับการดูแลรักษาให้หายขาด ไม่แพร่เชื้อสูคนอื่น  
          ทั้งนี้ ในการรักษาผู้ป่วยวัณโรค ขณะนี้วงการแพทย์มีความก้าวหน้ามาก โดยใช้ระบบการรักษาแบบระยะสั้น 6 เดือน และใช้ระบบพี่เลี้ยงกำกับให้ผู้ป่วยกินยาให้ครบตามสูตรรักษา มีผลทำให้อัตราการหายขาดจากโรคนี้สูงขึ้น จากร้อยละ 76 เป็นร้อยละ 83  
 *********************      23 มีนาคม 2554


   
   


View 9    23/03/2554   ข่าวเพื่อมวลชน    สำนักสารนิเทศ