ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผย แนวทางยกระดับสถานบริการ เน้นสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและบริบทของพื้นที่ ใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างคุ้มค่าและเต็มศักยภาพ ภายใต้หลักการ one province one hospital โดยจังหวัดสิงห์บุรี มีประชากรสูงอายุกว่า 25% มีการพัฒนาศักยภาพรองรับความต้องการของผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นทั้งเรื่องตา ข้อเข่า และขยายศักยภาพการดูแลถึง รพ.สต. ช่วยผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาใกล้บ้าน ย้ำจัดบริการวัคซีนโควิด 19 เพิ่มภูมิคุ้มกันประชาชน

          วันนี้ (26 เมษายน 2566) ที่ จ.สิงห์บุรี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 4 ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายและการพัฒนาการบริการประชาชน พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ รพ.อินทร์บุรี และ รพ.สิงห์บุรี โดยมี นพ.โชคชัย สาครพานิช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั้ง 2 แห่ง และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ

          นพ.โอภาส กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมุ่งเน้นการพัฒนายกระดับมาตรฐานโรงพยาบาลให้เป็นโรงพยาบาลของประชาชน มีการจัดระบบดูแลรักษาพยาบาลที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและบริบทของพื้นที่ ใช้ทรัพยากรทั้งบุคลากร งบประมาณ อุปกรณ์การแพทย์ ในการดูแลประชาชนอย่างคุ้มค่าและเต็มศักยภาพภายใต้หลักการ one province one hospital โดยจังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งเข้าสู่การเป็นสังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ มีประชากรสูงอายุถึง 25.37% ได้พัฒนาระบบบริการผ่านการขับเคลื่อนเมืองเป็นมิตรผู้สูงอายุร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และมีการคัดกรองสุขภาพ 9 ด้านตามนโยบาย “ปีแห่งสุขภาพสูงวัยไทย” ครอบคลุมแล้ว 88.07% พร้อมจัดทำแผนส่งเสริมสุขภาพดี (Wellness Plan) ให้กับผู้สูงอายุแล้ว 89.48% ขณะเดียวกันก็มีการพัฒนาศักยภาพการบริการที่ตอบสนองกับการเป็นสังคมสูงอายุ เช่น โรงพยาบาลอินทร์บุรี เน้นพัฒนาศักยภาพบริการคลินิกตา การผ่าตัดตา คลินิกศัลยกรรมกระดูก ข้อเข่าเสื่อมและการผ่าตัดข้อเข่า เป็นต้น นอกจากนี้ ยังขยายศักยภาพการบริการไปถึงรพ.สต. โดยใช้ทั้งระบบ Telemedicine และการหมุนเวียนแพทย์ออกตรวจรักษา ทำให้สามารถส่งผู้ป่วยอาการเล็กน้อยหรือปานกลางกลับมาดูแลรักษาต่อได้ที่ รพ.สต. ใกล้บ้าน

          “สำหรับสถานการณ์โควิด 19 ที่หลังเทศกาลสงกรานต์เริ่มพบผู้ป่วยมากขึ้นตามคาดการณ์ ได้กำชับให้จัดจุดบริการวัคซีน พร้อมทั้งแนะนำประชาชนเข้ารับวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง 608 ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือได้รับเข็มสุดท้ายนานกว่า 6 เดือน เพื่อช่วยลดอาการหนักและเสียชีวิต โดยสามารถฉีดวัคซีนโควิด 19 และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ในคราวเดียวกัน” นพ.โอภาสกล่าว

 ******************************** 26 เมษายน 2566



   
   


View 22481    26/04/2566   ข่าวเพื่อมวลชน    สำนักสารนิเทศ