กระทรวงสาธารณสุข ติวเข้มบุคลากรใช้มาตรฐานระบบบริการสุขภาพ HS4 ยกระดับคุณภาพการบริการของสถานพยาบาลในสังกัด พร้อมดันเป็นมาตรฐานสถานพยาบาลแห่งชาติ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านบริการสุขภาพในอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศ ล่าสุด สถานพยาบาลภาครัฐ 1,075 แห่ง ผ่านการรับรองคุณภาพแล้ว 714 แห่ง 

          วันนี้ (12 มกราคม 2569) ที่ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายให้ นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริม พัฒนาและขับเคลื่อนมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ  HS4 สู่สถานพยาบาลภาครัฐ โดยมี ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ คณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและยกระดับคุณภาพระบบบริการของสถานพยาบาล เข้าร่วมกว่า 500 คน

          นายแพทย์โสภณกล่าวว่า การพัฒนาสถานพยาบาลให้เป็นไปตามมาตรฐานและกฎหมายของประเทศเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพ ทำให้การจัดบริการทางการแพทย์แก่ประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความปลอดภัยและสวัสดิภาพให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยกระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้โรงพยาบาลในสังกัดทุกระดับต้องผ่านการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น HS4 ( Health Service Support Standard System) , HA (Hospital Accreditation) ของสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.),  JCI (Joint Commission International) ของมาตรฐานสากล ทั้งนี้ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ มีการพัฒนามาตรฐานระบบบริการสุขภาพ HS4 ภายใต้พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ให้เป็นหนึ่งในการประเมินมาตรฐานระบบบริการสุขภาพของสถานพยาบาลภาครัฐ ที่มี “ความทันสมัย เพียงพอ พร้อมใช้ มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ปลอดภัย” และจะยกระดับไปสู่การเป็นมาตรฐานสถานพยาบาลแห่งชาติ เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาต่อยอดเป็นสถานพยาบาลที่สร้างมูลค่าสูง ด้วยการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านบริการสุขภาพในอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศด้วย ล่าสุดมีสถานพยาบาลภาครัฐทั่วประเทศผ่านการรับรองคุณภาพแล้ว 714 แห่ง จากทั้งหมด 1,075 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 66 

          ด้าน ทันตแพทย์อาคม กล่าวว่า มาตรฐานระบบบริการสุขภาพ HS4 ครอบคลุมมาตรฐานการดำเนินงาน 9 ด้าน ได้แก่ 1.การบริหารจัดการ 2.การบริการสุขภาพ 3.อาคารสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก 4.สิ่งแวดล้อม 5.ความปลอดภัย 6.เครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ 7.ระบบสนับสนุนบริการที่สำคัญ 8.สุขศึกษาและพฤติกรรมสุขภาพ และ 9.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ มีเป้าหมายสูงสุดคือ การพัฒนาโรงพยาบาลในสังกัดฯ ให้เป็นสถานพยาบาลต้นแบบ มีศูนย์ความเป็นเลิศ (Excellent Center) ในแต่ละแผนก มีระบบการดูแลรักษาที่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง (Patient-Centered Care) ซึ่งจะสามารถสร้างศักยภาพการแข่งขันของสถานพยาบาลไทยในระดับสากล และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้รับบริการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ


****************************** 12 มกราคม 2569



   
   


View 456    12/01/2569   ข่าวเพื่อมวลชน    สำนักสารนิเทศ