วันนี้ (28 กุมภาพันธ์ 2568) แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย มอบหมายให้ แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย เป็นประธานเปิดงานส่งเสริมความรอบรู้สุขภาพ เพื่อเด็กและเยาวชนไทยห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (ENDU) พร้อมด้วย นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ ผู้อำนวยการส่งเสริมสุขภาพ นายแพทย์สิทธิพงษ์ ยิ้มสวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 11 นครศรีธรรมราช ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ผู้บริหารจากกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน และนักวิชาการ ร่วมงาน  ณ โรงแรมทวิน โลตัส จังหวัดนครศรีธรรมราช

           แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายในการ “ยกระดับการสาธารณสุขไทย เพื่อให้คนไทยสุขภาพแข็งแรงทุกวัย เศรษฐกิจสุขภาพไทยมั่นคง” โดยในปี 2568 มุ่งเน้นการขับเคลื่อน นโยบายคนไทยห่างไกล NCDs เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) รายใหม่ และลดความรุนแรงของการเจ็บป่วยในผู้ป่วยรายเก่า ซึ่งโรค NCDs เป็นปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคม ปัจจุบันคนไทยป่วยด้วยโรค NCDs รวมกว่า 33 ล้านคน เสียชีวิตจากโรค NCDs ปีละ 400,000 คน มีการใช้งบประมาณจากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในการรักษาพยาบาล ไม่น้อยกว่า 62,138 ล้านบาท ทั้งยังมีค่าใช้จ่ายแฝงจากค่าอาหาร ที่พัก ค่าเดินทาง การลางาน สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจให้กับประเทศปีละ 1.6 ล้านล้านบาท ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข ได้เร่งผลักดันนโยบายคนไทยห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ให้เป็นวาระแห่งชาติเพื่อระดมทุกภาคส่วนของสังคมไทย ให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน โดยกระทรวงศึกษาธิการ ได้วางแนวทางการขับเคลื่อนงาน ด้วยหลัก 3 ป. คือ ป.1 ป้องกัน ด้วยการสร้างความรับรู้เรื่องโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ป.2 ปลูกฝัง ด้วยการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา ให้เด็กได้เรียนรู้ดูแลตัวเองได้ในอนาคต และ ป.3 ปราบปรามอาหารหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ดีต่อสุขภาพไม่ให้อยู่ในโรงเรียน

           “ปัจจุบันเด็กและเยาวชนไทยประสบปัญหาด้านสุขภาพในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะโรคอ้วนในเด็กที่กำลังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ ประเทศไทยมีเด็กที่เป็นโรคอ้วนสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศในกลุ่มอาเซียน รองจากประเทศมาเลเซีย และบรูไน จากการคาดการณ์ของสหพันธ์โรคอ้วนโลกในปี 2573 จะมีเด็กอ้วนทั่วโลกมากถึง 1 ใน 3 โดยเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี จะมีภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนสูงถึงร้อยละ 30 ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเตี้ย ภาวะบกพร่องด้านสติปัญญา และเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในอนาคต จากการศึกษา พบว่าผู้ใหญ่ที่อ้วนร้อยละ 55 เคยอ้วนตอนเป็นเด็ก ดังนั้นเด็กอ้วนจึงมีความเสี่ยงที่จะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่อ้วนและเจ็บป่วยด้วยโรค NCDs ตั้งแต่อายุยังน้อย หากไม่แก้ไขอีก 5 ปี คนไทยอายุ 20 ปีขึ้น ไป 1 ใน 2 จะเป็นโรคอ้วน ซึ่งเป็นสาเหตสำคัญของการตายก่อนวัยอันควร” รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว  

       

           ทางด้าน นายแพทย์สิทธิพงษ์ ยิ้มสวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 11 นครศรีธรรมราช กล่าวว่า  กรมอนามัยได้ดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชน โดยมี “โรงเรียน” เป็นพื้นที่สำคัญของการดำเนินงาน ภายใต้โรงเรียนสงเสริมสุขภาพมาอย่างต่อเนื่อง จนในปัจจุบันได้มีการพัฒนาเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล เพื่อมุ่งสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ ซึ่งจะเป็นอาวุธที่สำคัญให้กับเด็กเยาวชนในการใช้ชีวิตตามแนวทางเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) ที่จะช่วยให้เด็กและเยาวชนมีความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพตนเอง ครอบครัวและชุมชน ตลอดจนจัดการปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพอันจะนำไปสู่การมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ

          "ทั้งนี้ การขับเคลื่อนงาน และมีการบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ  กรมอนามัย โดยศูนย์อนามัยที่ 11 นครศรีธรรมราช จึงได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จัดงานส่งเสริมความรอบรู้สุขภาพ เพื่อเด็กและเยาวชนไทยห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในระดับพื้นที่ "เด็กใต้น่าเอ็นดู (ENDU) รอบรู้สุขภาพ กำลังดี กินดี ยิ้มสดใส เข้าใจเพศวิถี" ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนไทย มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ และมีพฤติกรรมสุขภาพ ที่พึงประสงค์ รวมทั้งเป็นการเชิดชูเกียรติหน่วยงานที่มีผลการดำเนินงานดีเด่นด้านการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่น ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัย ผู้บริหารจากกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน และนักวิชาการที่ร่วมขับเคลื่อนงานส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่น" ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 11 นครศรีธรรมราช กล่าว

***

กรมอนามัย / 28 กุมภาพันธ์ 2568

 

 



   
   


View 36    28/02/2568   ข่าวในรั้ว สธ.    กรมอนามัย