วันนี้ (27 สิงหาคม 2568) นายแพทย์ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากกรณีการเผยแพร่ภาพและคลิปวิดีโอ โดยผู้โดยสารรถแท็กซี่พบคนขับรถมีอาการง่วงและหลับในเป็นระยะตลอดเส้นทาง กรมควบคุมโรคขอแสดงความห่วงใย เนื่องจากความไม่พร้อมทางสุขภาพในผู้ขับขี่เป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนได้ และการหลับในเป็นสาเหตุที่สำคัญอันหนึ่ง

       นายแพทย์ภาณุมาศ ยังได้กล่าวต่ออีกว่า การหลับใน คือ การหลับช่วงสั้นๆ แม้บางครั้งตายังเปิดอยู่แต่สมองไม่รับรู้สภาวะภายนอก เพียงระยะเวลา 3 - 5 วินาทีที่สมองไม่สั่งการ เป็นเหตุให้รถเสียการควบคุมทำให้เกิดอุบัติเหตุ นำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน การหลับในเกิดได้ทั้งจากการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ การทำงานเป็นกะ การใช้ยาหรือโรคประจำตัว สำหรับโรคประจำตัวที่มีผลทำให้เกิดอาการง่วงและหลับในได้ง่าย ได้แก่ โรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น หรือโรค OSA โรคลมหลับ หรือโรค narcolepsy

       นายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้กล่าวว่า เพื่อความปลอดภัยและลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ผู้ขับขี่รถสาธารณะควรได้รับการตรวจประเมินความพร้อมทางสุขภาพเพื่อการขับขี่ โดยหากพบภาวะสุขภาพที่ไม่พร้อมต่อการขับขี่ ผู้ขับขี่จะได้รับคำแนะนำ รวมทั้งการส่งต่อเพื่อรักษาหรือปรับแก้ไข โดยสามารถขอเข้ารับบริการได้ที่ คลินิกอาชีวเวชกรรม 24 โรงพยาบาลนำร่องภายใต้สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข สถาบันราชประชาสมาสัย สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค

       นายแพทย์เอนก ยังได้กล่าวต่ออีกว่า สำหรับโรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น หรือ OSA ผู้ป่วยมักมีอาการนอนกรนเสียงดัง มีอาการหยุดหายใจขณะหลับ ตื่นบ่อยระหว่างคืน มีอาการเหนื่อยล้า ปวดศีรษะเวลาตื่นนอน และง่วงนอนมากผิดปกติในเวลากลางวัน พบได้บ่อยในผู้ที่มีโรคความดันโลหิตสูง  รูปร่างอ้วน เพศชาย อายุมากกว่า 50 ปี จะเป็นกลุ่มเสี่ยง หากสงสัยควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษา หากเข้าเกณฑ์จะมีการส่งตรวจการนอนหลับและได้รับการรักษาโดยใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP) สำหรับโรคลมหลับเป็นโรคที่ง่วงมากกว่าปกติ และผล็อยหลับได้ทุกเวลา ไม่แนะนำให้ขับรถเอง หากสงสัยเป็นโรคดังกล่าวควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้การวินิจฉัยและรักษา

       แพทย์หญิงศิริรัตน์ สุวรรณฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองป้องกันการบาดเจ็บ ได้กล่าวว่า หากผู้โดยสารพบเหตุการณ์ผู้ขับขี่รถสาธารณะมีอาการง่วงนอนหรือสภาวะทางร่างกายไม่พร้อมต่อการขับขี่ ควรแจ้งผู้ขับขี่ให้จอดพักในที่ปลอดภัยและเปลี่ยนรถโดยสาร หากต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์ สามารถโทรศัพท์สายด่วน 1669 หรือโทร 191

*******************************
ข้อมูลจาก : กองป้องกันการบาดเจ็บ/สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค
สมาคมโรคจากการหลับแห่งประเทศไทย
วันที่ 27 สิงหาคม 2568



   
   


View 145    27/08/2568   ข่าวในรั้ว สธ.    สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ