ข่าวในรั้ว สธ.

พิมพ์

รพ.ศรีธัญญา ก้าวสู่“สมาร์ท ฮอสปีตอล”เต็มรูปแบบ ผู้ป่วยพกบัตรประชาชนใบเดียวไม่ต้องใช้บัตรรพ.


รพ.ศรีธัญญา ก้าวสู่“สมาร์ท ฮอสปีตอล”เต็มรูปแบบ ผู้ป่วยพกบัตรประชาชนใบเดียวไม่ต้องใช้บัตรรพ.

          รพ.ศรีธัญญา ก้าวสู่สมาร์ท ฮอสปิตอล ยุค 4.0 อย่างเต็มรูปแบบแห่งแรกของกรมสุขภาพจิต  ยกเลิกการใช้บัตรประจำตัวผู้ป่วยทุกสิทธิหลักประกันสุขภาพ  ให้ใช้แค่บัตรประชาชนเพียงใบเดียว และใช้ระบบคิวอัตโนมัติที่แผนกผู้ป่วยนอก ผู้ใช้บริการใช้เวลาระหว่างรอคิวทำอย่างอื่นได้ พร้อมเปิดแล็ป 24 ชั่วโมง  หลังพบว่าสถานการณ์ผู้ป่วยทางจิตมีแนวโน้มมีปัญหาทางกายร่วมเพิ่มขึ้น ขณะนี้พบร้อยละ 40  เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง บางคนมีถึง 5 โรค การดูแลรักษายุ่งยากขึ้น เพื่อให้แพทย์สามารถใช้ตรวจวินิจฉัยโรคแทรกซ้อนทางกายผู้ป่วยทางจิตได้อย่างแม่นยำ รักษารวดเร็ว  

บ่ายวันนี้ ( 3 กันยายน 2561 ) นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง  ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต และคณะ ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาล(รพ.)ศรีธัญญา จ.นนทบุรี เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตลอดจนปัญหาอุปสรรคในการจัดบริการประชาชนประจำปีงบประมาณ 2561และกล่าวว่า หลังจากที่รพ.ศรีธัญญาได้ปรับโฉมบริการประชาชนที่แผนกผู้ป่วยนอกหรือโอพีดี มีบรรยากาศที่เป็นมิตร ให้เกียรติ  ให้บริการดูแลเหมือนเป็นบุคคลในครอบครัวในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา จากการสอบถามประชาชนพบว่ามีความประทับใจในบริการมากขึ้น  และขณะนี้ได้นำเทคโนโลยีมาช่วยอำนวยความสะดวกทั้งโรงพยาบาล  เป็นสมาร์ท ฮอสปิตอล ( Smart Hospital ) ยุค4.0 เต็มรูปแบบแห่งแรกของกรมสุขภาพจิต  โดยเชื่อมโยงข้อมูลจุดบริการทุกแผนกทางระบบออนไลน์ เช่น ห้องตรวจของแพทย์กับห้องยา  ห้องแล็บ  เอ็กซเรย์ และใช้หุ่นยนต์ช่วยจัดยาให้ผู้ป่วย ลดความผิดพลาดได้ดี  ช่วยให้บุคลากรให้บริการผู้ป่วยได้รวดเร็ว  คล่องตัว  โดยผู้ป่วยทุกสิทธิ์หลักประกันสุขภาพใช้แค่บัตรประชาชนเพียงใบเดียว ใช้ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ  ไม่ต้องพกบัตรผู้ป่วยของโรงพยาบาลเหมือนในอดีต  เป็นการลดการสร้างบาดแผลทางใจให้ผู้ป่วยได้วิธีหนึ่ง   ขณะเดียวกันได้ใช้ระบบคิวอัตโนมัติ ผู้ป่วยสามารถใช้เวลาช่วงที่รอคิวตรวจ ไปทำกิจกรรมอื่นๆได้  ลดความแออัดผู้ป่วยได้เป็นอันมาก โดยผู้ป่วยใหม่จะได้พบแพทย์ใน 20 นาที ส่วนผู้ป่วยเก่าและวิกฤติฉุกเฉินได้พบแพทย์ในเวลา 15 นาที

นอกจากนี้ยังพัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วยที่อยู่ในเขตสุขภาพที่ 4 ที่มีอาการป่วยทางจิตในขั้นรุนแรง ยุ่งยาก ซับซ้อนหลังจากให้การบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งกาย จิต สังคม และวิญญาณ  อาการดีและปลอดภัยแล้ว เพื่อส่งกลับไปอยู่กับครอบครัวและชุมชน โดยเชื่อมโยงระบบออนไลน์กับสถานพยาบาลปลายทางในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี และนครนายกอย่างไร้รอยต่อเช่นเดียวกันผู้ป่วยโรคทางกาย ซึ่งที่ผ่านมาต้องใช้การส่งเอกสารทางไปรษณีย์หรือให้ญาติถือไป  เชื่อมั่นระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรังในชุมชนในอนาคตจะดีขึ้นเรื่อยๆ ผู้ป่วยจะได้รับการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง สามารถอยู่กับครอบครัวได้อย่างปกติสุข  

ทางด้านนายแพทย์ศิริศักดิ์ ธิติดิลกรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีธัญญา กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ป่วยจิตเวชมีการเจ็บป่วยที่หลากหลาย ยุ่งยากซับซ้อนขึ้น ที่น่าสังเกตุพบว่าแนวโน้มป่วยทางจิตอย่างเดียวลดลง  จะพบว่ามีผู้ป่วยประมาณร้อยละ40 มีปัญหาแทรกซ้อนทางกายร่วมด้วย บางคนมีถึง 5 โรคต้องรักษาไปพร้อมๆกัน  เช่นในผู้ป่วยจิตเภทซึ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยทางจิตกลุ่มใหญ่ที่สุด จะมีปัญหาผลกระทบจากการดื่มเหล้า ใช้ยาบ้า น้ำตาลในเลือดสูง มีความดันโลหิตสูง และปัญหาระดับเกลือแร่ในร่างกายหรืออิเล็คโทรไลท์ ( Electrolyte) ไม่สมดุล   ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดการใส่ใจดูแลสุขภาพเพราะมีอาการทางจิต  ในระยะยาวอาจมีผลกระทบการทำงานของหัวใจ ไต ผิดปกติ  ในปีที่ผ่านมาพบ 932 คน  ในช่วง 10 เดือนปีนี้พบจำนวน 602 คน   

โรงพยาบาลฯได้จัดระบบดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ให้ได้รับความปลอดภัย  โดยเปิดห้องแล็บ( Laboratory)หรือห้องตรวจชันสูตรทางห้องปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานจากสภาเทคนิคการแพทย์แล้ว  สามารถตรวจแล็บที่เร่งด่วนเช่น การตรวจปริมาณเม็ดเลือดขาว เกลือแร่ในเลือด ตรวจสารเอ็มไซม์(Enzyme)ของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด  ตรวจการทำงานของไต สารยาบ้าในเลือด  และรายงานผลเข้าที่ห้องตรวจแผนกผู้ป่วยนอกหรือที่ห้องจิตเวชฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วภายใน 15-20 นาที รวมทั้งมีเครื่องเอ็กซเรย์ระบบดิจิตอล   เพื่อใช้ประกอบการตรวจวินิจฉัยของแพทย์  ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาได้อย่างแม่นยำ ทันท่วงทีและปลอดภัย  ในรายที่มีอาการทางกายอยู่ในขั้นรุนแรง  จะมีระบบการส่งต่อให้โรงพยาบาลใกล้เคียงด้วย     ขณะเดียวกันยังได้ปรับระบบการจัดอาหารให้ผู้ป่วย ซึ่งต่อวันมีผู้ป่วยพักรักษาเฉลี่ย 630 คน  จะเน้นจัดให้เหมาะสมกับรายบุคคล เฉพาะโรคหรือตามศาสนา  เพื่อให้เอื้อต่อการฟื้นตัวของผู้ป่วย เช่นจัดอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน  โรคความดันโลหิตสูง  อาหารย่อยง่าย เป็นต้น  และได้จัดอบรมพัฒนาความรู้บุคลากรทุกวิชาชีพ ให้เป็นระดับมืออาชีพในการดูแลผู้ป่วยทางจิตที่อาการยุ่งยากซับซ้อน  

*************    3 กันยายน 2561      



จากหน่วยงาน : กรมสุขภาพจิต เปิดดู 602 view
วันที่ประกาศข่าว : 5 กันยายน 2561 เวลา 09:02 น.