ข่าวเพื่อมวลชน

พิมพ์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญชวนคนไทยฉีด "วัคซีนโควิด" ช่วยลดโรค ลดตาย เปิดประเทศได้


           แพทย์ผู้เชี่ยวชาญยันฉีดวัคซีนโควิด 19 ได้มากตามเป้า ช่วยลดอัตราป่วยและเสียชีวิตได้จริง เช่น อิสราเอล ชวนคนไทยฉีดวัคซีนโควิดให้ครอบคลุมบรรลุเป้าหมายในปี 64 สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เปิดประเทศได้เร็ว ย้ำวัคซีนมีประสิทธิภาพ ส่วนอนาคตขยายฉีดวัคซีนเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีได้หากมีผลวิจัยรองรับ

          วันนี้ (5 เมษายน 2564) ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข่าวเกี่ยวกับวัคซีนโควิด 19 ว่า การฉีดวัคซีนโควิด 19 ในคนจำนวนมากและครอบคลุมมากเพียงพอ พบว่าลดจำนวนโรคและอัตราการเสียชีวิตลง เช่น อิสราเอลมีอัตราการฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรสูงสุดในโลก เริ่มให้วัคซีนตั้งแต่ธันวาคม 2563 ในบุคลากรทางการแพทย์และผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป ก่อนขยายไปยังกลุ่มอายุต่างๆ โดยกุมภาพันธ์ 2564 ฉีดตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไป เมื่อฉีดครบถ้วนจะได้รับบัตรเขียว สามารถไปผับบาร์ รับประทานอาหารในร้าน ดูหนังได้ ทำให้ผู้ติดเชื้อที่เคยสูงสุด 6 พันรายต่อสัปดาห์ เหลือหลักร้อยรายต่อสัปดาห์ อัตราเสียชีวิตเหลือหลักสิบรายต่อสัปดาห์ แสดงให้เห็นว่า การฉีดวัคซีนในประชาชนหมู่มากได้ผลชัดเจนโรคสงบลง

          ขณะที่อังกฤษรณรงค์ฉีดวัคซีนต่อเนื่องลดอัตราป่วยและเสียชีวิตลงได้ แม้จะมีการแพร่ระบาดของสายพันธุ์อังกฤษที่แพร่ระบาดรวดเร็ว แต่ไม่กระทบกับประสิทธิภาพของวัคซีน แต่ฝรั่งเศสและเยอรมนี ที่ฉีดวัคซีนไม่ต่อเนื่อง ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจนต้องมีมาตรการล็อกดาวน์ อัตราเสียชีวิตยังไม่ลดลง ส่วนสหรัฐอเมริกา ฉีดวัคซีนได้มากเช่นกัน ผู้ติดเชื้อจากแสนรายต่อวันก็เหลือ 5-6 หมื่นรายต่อวัน อย่างไรก็ตาม ทั่วโลกฉีดวัคซีนได้เพียง 650 ล้านโดส คิดเป็นร้อยละ 6.5 ของประชากรโลกที่มี 7 พันล้านคน โดยมีอัตราการฉีดวันละประมาณ 15 ล้านโดส  หากจะฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมร้อยละ 70 ของประชากรโลกภายใน 1 ปีต้องเพิ่มอัตราการฉีดให้ได้วันละ 30 ล้านโดส

          ศ.นพ.ยงกล่าวต่อว่า ประเทศไทยจะควบคุมโรคโควิด 19 ได้ การฉีดวัคซีนต้องบรรลุให้ถึงเป้าหมาย จึงขอเชิญชวนประชาชนให้มาฉีดวัคซีนโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ถึงเป้าหมายภายในสิ้นปี 2564 เกิดภูมิคุ้มกันหมู่และสามารถเปิดประเทศได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าวัคซีนโควิด 19 ที่มีการใช้ในโลก มีประสิทธิภาพในการป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิตสูงมาก เกือบถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่คนกังวลเรื่องผลข้างเคียง การฉีดวัคซีนทุกชนิดสามารถเกิดปฏิกิริยาทางร่างกายขึ้นได้ เช่น เจ็บปวดบริเวณที่ฉีด ปวดเมื่อยเนื้อตัว หรือเป็นไข้ ถือเป็นอาการเล็กน้อยหายเองได้  ส่วนกรณีอังกฤษฉัดวัคซีนโควิด 19 ของแอสตร้าเซนเนเก้าไปแล้ว 17 ล้านโดส พบผู้ป่วยลิ่มเลือดอุดตัน 20 คน เสียชีวิต 7 คน คิดเป็น 1 ในแสนถึง 1 ในล้านโดส ถือว่าไม่แตกต่างจากกรณีการเกิดเส้นประสาทอักเสบหลังฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ แต่ต้องรอพิสูจน์ว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในภาวะฉุกเฉินพิจารณาแล้วว่า การใช้วัคซีนมีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงที่จะได้รับจากวัคซีน

         ส่วนการฉีดวัคซีนในเด็ก เนื่องจากวัคซีนทั้งซิโนแวคและแอสตร้าเซนเนก้าใช้ในคนอายุมากกว่า 18 ปี แต่อนาคตเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีก็มีโอกาสได้ใช้วัคซีน เพราะขณะนี้เริ่มมีการวิจัยวัคซีนในเด็กอายุ 12-18 ปี ก็ต้องรอข้อมูลที่ชัดเจนออกมา แต่เบื้องต้นพบว่ามีประสิทธิภาพดี

 ********************************** 5 เมษายน 2564

 


จากหน่วยงาน : กลุ่มภารกิจด้านข่าวและสื่อมวลชนสัมพันธ์ สำนักสารนิเทศ เปิดดู 2876 view
วันที่ประกาศข่าว : 5 เมษายน 2564 เวลา 19:06 น.