ข่าวรอบรั้ว ภูมิภาค

พิมพ์

วันถุงลมโป่งพองแห่งโลก (World COPD Day)


นายแพทย์ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลร้อยเอ็ด กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก และองค์การโรคถุงลมโปงพองแห่งโลก ได้ร่วมกัน กำหนดให้วันพุธที่สองของเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันถุงลมโปงพองแห่งโลก ซึ่งปีนี้ตรงกับวันพุธที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ เพื่อเสริมพลังและแรงจูงใจให้แก่ ผู้ป่วย ญาติ ประชาชนทั่วไป ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ และการสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง ได้ตระหนักว่าผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพองยังมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี ในคนไทยพบผู้ป่วยเป็นโรคนี้กว่า ๓ ล้านคน ขณะที่ทั่วโลกมีผู้ป่วยทั้งหมด ๓๐๐ ล้านคน โรคถุงลมโป่งพองเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญโรคหนึ่งของประเทศ มีสาเหตุสำคัญมาจากการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดต่างๆ หรือการสูบบุหรี่ซึ่งมีผู้สูบบุหรี่ทั่วโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า ๑.๖ พันล้านคน และอัตราการเสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ เพิ่มขึ้นเป็น ๑๐ ล้านคน เพราะบุหรี่ เป็นสารเสพติดที่มีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว และก่อให้เกิดโรคต่างๆ มากกว่า ๒๕ โรค ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคหัวใจขาดเลือด โรคถุงลมโป่งพอง เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่าในทุก ๑ นาที มีผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ประมาณ ๖–๗ คน ซึ่งผู้ป่วยต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการไอเรื้อรัง เหนื่อย และหายใจลำบาก เนื่องมาจากความเสื่อมของถุงลมและปอด ผู้ป่วยควรได้รับการดูแลรักษาเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคควรได้รับการตรวจสมรรถภาพปอด เพื่อให้พบโรคในระยะแรกๆ โดยผู้ป่วยโรคถุงลมโป่พองจะมีอาการหายใจตื้นหรือหายใจลำบาก ไอ และมีเสมหะมาก เหนื่อยหอบ เบื่ออาหาร น้ำหนักลง หายใจถี่ หายใจเสียงดัง ถ้าอาการกำเริบเฉียบพลัน อาจส่งผลให้หัวใจล้มเหลวได้ และมีภาวะแทรกซ้อนเป็นโรคปอดบวม จากการติดเชื้อของถุงลมและหลอดลมได้ ภาวะปอดแตก หรือภาวะโพรงเยื่อหุ้มปอดมีอากาศ เกิดจากเมื่ออากาศรั่วออกมาจากปอด และไปติดค้างอยู่ในช่องว่างระหว่างหน้าอกกับโพรงเยื่อหุ้มปอดแทน โรคถุงลมโป่งพองสามารถเพิ่มความดันโลหิตของหลอดเลือดที่ไหลกลับเข้าสู่หัวใจ ซึ่งสามารถทำให้เกิดภาวะหัวใจห้องขวาล้มเหลวได้

การรักษาโรคถุงลมโป่งพองแบ่งเป็น ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ การใช้ยารักษา ยาหลัก คือ ยาขยายหลอดลมเพื่อบรรเทาอาการคนไข้ ซึ่งจะใช้ในรูปของยาพ่นสูด จะไม่ใช้ในรูปของยารับประทานเนื่องจากมีผลข้างเคียงมากกว่า ส่วนที่ ๒ การรักษาโดยไม่ใช้ยา ได้แก่ การงดบุหรี่ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ แล้วก็การออกกำลังกายฟื้นฟูสมรรถภาพปอด ถ้าผู้ป่วยมีออกซิเจนต่ำในร่างกายก็ต้องให้ออกซิเจน     ระยะยาว การป้องกันโรคถุงลมโป่งพอง ๑. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ ๓ – ๕ วัน ๒. เลิกสูบบุหรี่ หรือหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ สวมใส่หน้ากากอนามัยให้เป็นนิสัยขณะออกจากบ้าน เพื่อป้องกันฝุ่น ควันพิษ สารเคมีต่างๆ ที่ปะปนมากับอากาศ ๓. หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีการก่อสร้างหรือมีฝุ่นละอองเป็นปริมาณมาก ๔. ตรวจสุขภาพประจำปี อย่างน้อยปีละ ๓ ครั้ง หากท่านใดมีภาวะเสี่ยงควรเข้ารับการตรวจบ่อยขึ้น            

โรงพยาบาลร้อยเอ็ด จึงขอเชิญชวนให้ผู้สูบบุหรี่ได้ตระหนักถึงภัยร้ายของบุหรี่ การลด ละ เลิก สูบบุหรี่เร็ว จะเกิดผลดีต่อสุขภาพทั้งคุณเอง และคนที่คุณรัก สำหรับผู้ที่สนใจปรึกษาการเลิกสูบบุหรี่ ติดต่อได้ที่คลินิกฟ้าใส โรงพยาบาลร้อยเอ็ด หรือ โทร.๐๔๓-๕๑๘๒๐๐ ต่อ ๗๑๐๐ ในวันและเวลาราชการ

อุไรพรณ์ ทิดจันทึก : บรรณาธิการ / สุกัญญา ขาวศรี : บทความ / โรงพยาบาลร้อยเอ็ด / วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๓


จากหน่วยงาน : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รพ.ร้อยเอ็ด เปิดดู 489 view
วันที่ประกาศข่าว : 4 พฤศจิกายน 2563 เวลา 10:34 น.