ข่าวในรั้ว สธ.

พิมพ์

กรมควบคุมโรค แนะผู้ปกครองพาบุตรหลานเข้ารับวัคซีนโควิด 19 เพื่อป้องกันการป่วยหนัก และลดโอกาสเสียชีวิตหากติดโควิด


          กรมควบคุมโรค เผยช่วงนี้อากาศเย็นลง จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด 19 เริ่มมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แนะผู้ปกครองพาบุตรหลาน โดยเฉพาะเด็กเล็กและเด็กที่มีโรคประจำตัวอายุ 6 เดือน - 4 ปี เข้ารับวัคซีนโควิด 19 รวมทั้งกลุ่มเสี่ยง 608 เร่งเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้น เพื่อป้องกันการป่วยหนัก และลดโอกาสเสียชีวิต พร้อมแนะมาตรการป้องกันตนเองจากโรคโควิด 19

          วันนี้ (2 ธันวาคม 2565) นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ช่วงนี้พบผู้ติดเชื้อและป่วยด้วยโรคโควิด 19 เพิ่มขึ้น ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้คาดการณ์ไว้ เนื่องจากอากาศเริ่มเย็นลง และมีการเปิดเทอม รวมถึงมีวันหยุดยาว ประชาชนจึงเดินทางออกไปทำกิจกรรมต่างๆ สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19  ในสัปดาห์ที่ผ่านมา วันที่ 20 - 26 พฤศจิกายน 2565 รายงานผู้ป่วยโควิด 19 รวม 4,914 ราย เฉลี่ย 702 รายต่อวัน มีผู้ป่วยปอดอักเสบ 553 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 319 ราย และผู้เสียชีวิต 74 ราย เฉลี่ย 10 รายต่อวัน

          นายแพทย์ธเรศ กล่าวต่อว่า ในกรณีมีรายงานข่าวเด็กอายุ 6 ขวบ ติดเชื้อโควิด 19 และเสียชีวิตที่จังหวัดนครราชสีมานั้น กรมควบคุมโรค ได้มอบหมายให้สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จ.นครราชสีมา ลงพื้นที่สอบสวนโรคร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ พบว่าผู้เสียชีวิตรายดังกล่าวมีโรคประจำตัวเรื้อรัง ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง ประกอบกับไม่ได้รับวัคซีนโควิด 19 จึงทำให้มีอาการป่วยรุนแรงและเสียชีวิต

          ส่วนสถานการณ์การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ในเขตสุขภาพที่ 9 มีพื้นที่รับผิดชอบ 4 จังหวัด ได้แก่ จ.นครราชสีมา จ.ชัยภูมิ จ.บุรีรัมย์ และจ.สุรินทร์ ข้อมูลตั้งแต่วันที่ (5 เมษายน – 11 พฤศจิกายน 2565) พบว่า ประชาชนฉีดเข็มที่ 1 (ร้อยละ 75.56) เข็มที่ 2 (ร้อยละ 71.3) เข็มที่ 3 (ร้อยละ 33.8) เข็มที่ 4 (ร้อยละ 5)  จึงขอแนะนำกลุ่มเสี่ยงได้แก่ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังในจังหวัดนครราชสีมา ทั้งผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนหรือรับวัคซีนเข็มสุดท้ายนานเกิน 4 เดือนแล้ว เข้ารับการฉีดวัคซีนโดยเร็ว รวมทั้งพาบุตรหลานเข้ารับวัคซีนที่โรงพยาบาลชุมชน                     หรือโรงพยาบาลศูนย์ได้ทุกวัน รวมทั้งจุดฉีดที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซานครราชสีมา​ ชั้น​ 4 วันศุกร์​ เสาร์​ อาทิตย์ ทั้งนี้สามารถติดตามข้อมูลข่าวการฉีดวัคซีนได้ที่ Facebook fanpage : โรงพยาบาลมหาราช

          ด้านนายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า เด็กที่ไม่ฉีดวัคซีนเมื่อติดโควิดมีโอกาสป่วยหนักเนื่องจากเกิดกลุ่มอาการอักเสบหลายระบบของอวัยวะภายในในเด็ก (Multisystem inflammatory syndrome in children: MIS-C) จนมีอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้ แต่วัคซีนสามารถป้องกันภาวะการป่วยนี้ได้ จึงขอให้ผู้ปกครองรีบพาบุตรหลานของท่านไปฉีดวัคซีนโดยเร็ว ทั้งเด็กเล็กอายุ 6 เดือน - 4 ปี (วัคซีนฝาสีแดง) และอายุ 5-11 ปี (วัคซีนฝาสีส้ม) เพื่อเป็นการเพิ่มภูมิคุ้มกันในช่วงฤดูหนาวที่มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้น และขอย้ำว่า วัคซีนสำหรับเด็กเล็กฝาสีแดงมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัย ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และตั้งแต่เริ่มฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 เป็นต้นมา ยังไม่พบเด็กมีอาการแพ้วัคซีนแต่อย่างใด

          นอกจากนี้ ขอแนะนำมาตรการป้องกันตนเองจากโรคโควิด 19 ดังนี้ 1) ประชาชนควรฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้ครบ 4 เข็ม ซึ่งสามารถเดินทางไปฉีดวัคซีนได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้านทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  2) กลุ่มเสี่ยง 608 ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือฉีดเข็มสุดท้ายเกิน 6 เดือนแล้ว สามารถรับการฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (Long-acting Antibodies; LAAB) ซึ่งจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในผู้ที่ตอบสนองต่อวัคซีนได้น้อยกว่าคนทั่วไป เมื่อฉีดเข้าไปแล้วร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานต่อเชื้อโควิดได้สูงทันทีหลังฉีด  3) สำหรับผู้ที่ไปทำกิจกรรมในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด ควรหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้สูงอายุที่ยังไม้ได้ฉีดวัคซีน  4) กลุ่มเสี่ยง 608 ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือฉีดเข็มสุดท้ายเกิน 6 เดือนแล้ว ให้งดทานข้าวร่วมกับผู้อื่น หรือไม่เข้าร่วมกิจกรรมที่มีคนจำนวนมากโดยไม่สวมหน้ากาก  5) ขอให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ เช่น โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า และรถโดยสารขนส่งสาธารณะ รวมทั้งเมื่ออยู่ใกล้ชิดผู้สูงอายุ เพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด 19 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

 

************************************

ข้อมูลจาก : สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จ.นครราชสีมา/กองโรคติดต่อทั่วไป/สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค

วันที่ 2 ธันวาคม 2565


จากหน่วยงาน : กรมควบคุมโรค เปิดดู 14354 view
วันที่ประกาศข่าว : 2 ธันวาคม 2565 เวลา 20:13 น.