ข่าวในรั้ว สธ.

พิมพ์

กรมอนามัย แนะผู้ปฏิบัติงาน เช็ก 8 ข้อ ก่อนทำงานพื้นที่เสี่ยงอับอากาศ


กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงที่เป็นพื้นที่อับอากาศ ควรตรวจสอบ  8 ข้อปฏิบัติสำคัญก่อนปฏิบัติงาน เพื่อความปลอดภัย

 

              นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากกรณีข่าวการเสียชีวิต                          ของช่างรับเหมาประจำคอนโดลงไปปฏิบัติงานในบ่อพักน้ำเสีย ถึงแม้ว่าจะยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดว่ามีสาเหตุจากการถูกไฟฟ้าช็อต หรือจากกรณีไม่มีอากาศหายใจในบ่อน้ำเสีย นั้น แต่ในเชิงการทำงานในพื้นที่เสี่ยงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของสุขภาพ และสุขอนามัยเป็นสำคัญ โดยในกรณีที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงที่เป็นพื้นที่อับอากาศ ซึ่งถือเป็นพื้นที่เสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพและชีวิตอย่างมาก ผู้ปฏิบัติงานต้องระมัดระวังตนเองด้วยการปฏิบัติตามข้อแนะนำสำคัญ 8 ประการ ดังนี้ 1) วางแผนการทำงานและการป้องกันอันตรายควบคุมดูแลผู้ปฏิบัติงาน ชี้แจงหน้าที่ วิธีทำงานการป้องกันอันตรายให้ผู้ที่ต้องเข้าไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงทราบ 2) ประเมินสุขภาพของเจ้าหน้าที่ที่ต้องลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศก่อน หากพบว่ามีอาการป่วยบาดเจ็บ หรือร่างกายอ่อนเพลีย ควรหลีกเลี่ยงการลงพื้นที่ปฏิบัติงาน และให้เปลี่ยนเป็นเจ้าหน้าที่อื่นที่มีความพร้อมของร่างกายแทน 3) ขณะปฏิบัติงานให้จัดทำป้าย “พื้นที่ที่อับอากาศ พื้นที่เสี่ยง พื้นที่อันตรายห้ามเข้า” ติดไว้ที่บริเวณหน้าทางเข้า - ออก และต้องมีระบบการขออนุญาตก่อนเข้าทำงานทุกครั้ง 4) ตรวจสอบระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ สวิตช์ไฟต่าง ๆ ให้ใช้งานได้ปกติ ไม่มีสายไฟขาดหรือชำรุด และควรมีระบบตัดไฟอัตโนมัติหากเกิดกรณีไฟฟ้าช็อต หรือไฟฟ้ารั่วในพื้นที่ทำงาน

              “ประเด็นสำคัญที่สุด คือ 5) ให้ทำการตรวจวัดก๊าซพิษ ก๊าซติดไฟและปริมาณก๊าซออกซิเจนต้อง
อยู่ระหว่าง 19.5 - 23.5 เปอร์เซ็นต์ ก่อนลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศทุกครั้ง และต้องกำหนดระยะเวลาปฏิบัติงานต่อคนที่ชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยงการเสียชีวิตหรือหมดสติในขณะปฏิบัติงาน 6) ต้องมีระบบหรือกลไกการแจ้งขอความช่วยเหลือกรณีเจ้าหน้าที่ประสบเหตุในพื้นที่อับอากาศ และต้องมีผู้ควบคุม และมีผู้ช่วยเหลืออยู่ประจำบริเวณทางเข้า - ทางออก ตลอดเวลาที่มีการทำงาน โดยผู้ควบคุม และผู้ช่วยเหลือต้องมีความรู้ในการป้องกันตนเอง ขณะลงไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุด้วย 7) จัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล Personal Protective Equipment (PPE) อุปกรณ์ช่วยเหลือและช่วยชีวิตที่เหมาะสม และ 8) ผู้ที่จะต้องเข้าไปทำงานในที่อับอากาศมีลักษณะงานที่เสี่ยงต่อการได้รับหรือสัมผัสอันตรายจะต้องผ่านการอบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

***

กรมอนามัย / 23 กรกฎาคม 2565


จากหน่วยงาน : กรมอนามัย เปิดดู 254 view
วันที่ประกาศข่าว : 23 กรกฎาคม 2565 เวลา 19:32 น.