อย. ชวนคนไทยเปิดประสบการณ์ผลิตภัณฑ์สุขภาพแห่งปี “อย. Expo 2026” ชม - ช้อป - ชิม ผลิตภัณฑ์สุขภาพ จากชุมชนสู่สากล
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
- 54 View
- อ่านต่อ

กรมควบคุมโรคเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนการทำงานของจังหวัด จัดส่งเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ควบคุมโรค และทีมปฏิบัติการด้านสาธารณสุขลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการตรวจสอบสุขอนามัยภายในศูนย์พักพิง การจัดการน้ำดื่ม–น้ำใช้ และระบบกำจัดขยะ เพื่อลดความเสี่ยงของโรคในช่วงที่มีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมาก
วานนี้ (12 ธันวาคม 2568) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า เหตุปะทะในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชาส่งผลกระทบต่อสถานบริการสาธารณสุขบางแห่ง ทำให้จังหวัดชายแดนต้องอพยพประชาชนไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งส่งผลให้จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด ต้องเร่งจัดระบบบริการสาธารณสุขให้สามารถดูแลประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย ในสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า การอยู่รวมกันจำนวนมากในศูนย์พักพิงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ โรคระบบทางเดินอาหาร และโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน จึงต้องมีการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ด้านสุขอนามัยสิ่งแวดล้อม เช่น คุณภาพน้ำดื่ม–น้ำใช้ ความสะอาดของพื้นที่ การกำจัดขยะ และการควบคุมสัตว์พาหะ เป็นอีกประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชน
กรมควบคุมโรคยังได้จัดทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ ตรวจสอบสภาพแวดล้อมของศูนย์พักพิงและให้คำแนะนำด้านสุขอนามัยแก่ประชาชน เช่น การจัดการน้ำ การแยกขยะ และการลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรค ทั้งนี้ การเปิดศูนย์ EOC มีบทบาทสำคัญในการประเมินสถานการณ์ ประสานข้อมูล และกำกับมาตรการควบคุมโรคให้เป็นไปอย่างเป็นระบบ
“ขอให้ประชาชนในศูนย์พักพิงสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่ที่มีคนหนาแน่น ล้างมือเป็นประจำ หลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่ไม่สะอาด และสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไข้ ไอ ท้องเสีย ผื่น หรือเหนื่อยหอบ หากพบอาการดังกล่าวให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันทีเพื่อรับการดูแลอย่างเหมาะสม” อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
กรมควบคุมโรคขอส่งกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนทุกคนที่ได้รับผลกระทบ และยืนยันว่าจะดำเนินมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย พร้อมขอให้ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานรัฐอย่างใกล้ชิด หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
*******************************
ข้อมูลจาก : ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค
วันที่ 13 ธันวาคม 2568


