ข่าวเพื่อมวลชน

พิมพ์

กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศิริราช แจงความเข้าใจการแพ้และอาการไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีน


          กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศิริราช แจงรายละเอียดสร้างความเข้าใจระหว่างการแพ้วัคซีนและอาการไม่พึงประสงค์หลังได้รับวัคซีน ที่พบบ่อยมักเป็นอาการไม่พึงประสงค์ ไทยพบเพียงร้อยละ 3.48 ขอให้ประชาชนชั่งใจระหว่างอาการข้างเคียงที่อาจเกิดเพียงเล็กน้อยกับผลดีที่ได้รับจากการฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันโรค

          วันนี้ (8 มีนาคม 2564) ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี  ศ.ดร.นพ.วิปร วิประกษิต ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านชีวเวชศาสตร์ระดับโมเลกุล คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2564  กล่าวว่า กรณีประชาชนจำนวนมากกังวลเกี่ยวกับอาการที่อาจเกิดขึ้นหลังการรับวัคซีนโควิด 19 ขอชี้แจงว่าวัคซีน ยา หรือ สารเคมีใดๆ ที่ใช้กับร่างกายถือว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ร่างกายไม่รู้จัก จะมีปฏิกิริยาเกิดขึ้นตามมาได้ 2 แบบ คือ อาการไม่พึงประสงค์ และอาการแพ้ ซึ่งอาจไม่ได้แพ้ที่ตัวไวรัสโดยตรง แต่อาจเป็นการแพ้ส่วนประกอบอื่นๆ ของวัคซีน

          สำหรับอาการไม่พึงประสงค์ สามารถเกิดขึ้นได้ภายหลังฉีดวัคซีนทุกชนิด แบ่งได้ 2 ประเภท คืออาการที่เกิดขึ้นเฉพาะที่ เช่น ปวดบวมแดง เจ็บในตำแหน่งที่ฉีด สามารถใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบช่วยบรรเทาอาการได้ และอาการแทรกซ้อนไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นทั่วร่างกาย ได้แก่ มีไข้ต่ำๆ เหนื่อย คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ส่วนใหญ่อาการเหล่านี้จะดีขึ้นภายใน 1 -2 วัน ส่วนอาการแพ้วัคซีน มักจะมีการเกิดผื่นแพ้ ซึ่งเกิดได้หลายรูปแบบ เช่น ผื่นแดงบนผิวหนัง ที่สังเกตได้ง่ายคือ ลมพิษ เป็นผื่นนูน มีขอบเขตชัดเจน อาจคันหรือไม่ก็ได้ ส่วนอาการแพ้ที่รุนแรง อาจมีอาการหลอดลมตีบทำให้หายใจลำบาก ไข้ขึ้นสูง ปวดศีรษะรุนแรง ปากเบี้ยว กล้ามเนื้ออ่อนแรง เกล็ดเลือดต่ำ มีจุดเลือดออกตามร่างกาย ผื่นขึ้นทั้งตัว อาเจียนมากกว่า 5 ครั้ง ชัก หมดสติ ซึ่งต้องรีบพบแพทย์ทันที นอกจากนี้ผู้ที่มีประวัติแพ้ง่ายมาก่อน ควรมีการติดตามสังเกตอาการ มากกว่าคนที่ไม่มีประวัติแพ้มาก่อน

          “ขอให้ประชาชนชั่งน้ำหนักระหว่างโอกาสเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นเล็กน้อยกับผลดีที่จะได้อย่างมากจากการได้รับวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรค ผมคิดว่ามันคุ้มค่ามากที่เราจะรับวัคซีนโควิด 19 และขอเชิญกลุ่มเป้าหมายที่ต้องได้รับวัคซีนในระยะแรกเข้ารับการฉีดวัคซีนตามวัน เวลาที่ได้รับการนัดหมายจากโรงพยาบาล เพื่อลดความรุนแรงของโรค และลดอัตราการเสียชีวิต” ศ.ดร.นพ.วิปร กล่าว

          ทั้งนี้ การฉีดวัคซีน โควิด 19 จากซิโนแวค ในประเทศไทย ฉีดไปแล้วจำนวน 27,497 คน พบผู้ที่มีอาการไม่พึงประสงค์ 956 คน คิดเป็นร้อยละ 3.48 โดยหากแบ่งประเภทอาการ ส่วนใหญ่พบการอักเสบบริเวณที่ฉีด รองลงมา ปวดเมื่อยเนื้อตัว, คลื่นไส้, มีไข้, อาเจียน, เป็นผื่น, ท้องเสีย, เหนื่อย เป็นต้น ส่วนวัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้าที่กำลังจะนำมาใช้พบรายงานอาการไม่พึงประสงค์ ได้แก่ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย เป็นไข้ ส่วนผู้มีอาการแพ้ จะมีผื่นขึ้น ใบหน้าบวม ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้จัดรูปแบบการให้บริการฉีดวัคซีนรองรับ ตั้งแต่การซักประวัติอาการแพ้ การเฝ้าระวังสังเกตอาการเป็นเวลา 30 นาที และติดตามอาการในวันที่ 1,7และ 30 โดยใช้ Line Official Account “หมอพร้อม” บันทึกอาการที่ไม่พึงประสงค์เพื่อความปลอดภัย และเป็นข้อมูลในระดับประเทศต่อไป

 ************************************** 8 มีนาคม 2564

*******************************


จากหน่วยงาน : กลุ่มภารกิจด้านข่าวและสื่อมวลชนสัมพันธ์ สำนักสารนิเทศ เปิดดู 1479 view
วันที่ประกาศข่าว : 8 มีนาคม 2564 เวลา 19:22 น.