ข่าวเพื่อมวลชน

พิมพ์

สธ. แนะประชาชนดูแลสุขภาพช่วงอากาศเปลี่ยน อาจป่วยเป็นไข้หวัดได้ง่าย ควรรักษาร่างกายให้อบอุ่น


          กระทรวงสาธารณสุข ห่วงใยประชาชนเผชิญทั้งแดด ฝน และลมหนาว จากสภาพอากาศเปลี่ยน อาจป่วยโรคระบบทางเดินหายใจได้ง่าย ขอให้ใส่หน้ากากอนามัย รีบพบแพทย์ กำชับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและ อสม. ให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพช่วงปลายฝนต้นหนาว เน้นสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ

          นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงนี้ประเทศไทยมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยอยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาว บางพื้นที่ช่วงเช้ามีอากาศเย็นลง ขณะที่กลางวันมีอากาศร้อน บางพื้นที่มีฝนตก เรียกว่าเจอทั้งแดดทั้งฝนและลมหนาวด้วย ประชาชนมีโอกาสป่วยเป็นไข้หวัด หรือโรคระบบทางเดินหายใจได้ง่าย เพื่อลดโอกาสการเจ็บป่วย จึงได้กำชับให้สำนักงานสาธารณสุขทุกจังหวัดและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ออกให้ความรู้ประชาชนในการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้มีโรคเรื้อรังประจำตัว อาจมีภูมิคุ้มกันลดต่ำลง ส่งผลให้เมื่อเจ็บป่วยแล้วจะมีอาการรุนแรง

          นายแพทย์เกียรติภูมิกล่าวต่อว่า ขอให้ประชาชนรวมถึงผู้ออกไปอยู่ในพื้นที่ที่มีคนรวมกันจำนวนมาก สวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัย ใส่หมวก พกร่มไว้กันแดด กันฝน หากมีอาการโรคทางเดินหายใจ เป็นไข้หวัด มีอาการ ไข้ ไอเจ็บคอ น้ำมูก ต้องสวมหน้ากากอนามัยทั้งในบ้านและนอกบ้าน ใช้ผ้าปิดปากและจมูกเวลาไอ จาม แยกสำรับอาหารและของใช้ส่วนตัว เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่คนในครอบครัวและผู้อื่น พักผ่อนให้เพียงพอ แต่หากอาการยังไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน ขอให้ไปรับการตรวจที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน ซึ่งหากมีประวัติเสี่ยงโรคโควิด 19 จะได้รับการตรวจทางห้องปฏิบัติการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

          ทั้งนี้ สำหรับการดูแลสุขภาพในช่วงปลายฝนต้นหนาวนั้น ขอให้รักษาความอบอุ่นของร่างกาย จัดหาเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มกันหนาวให้เพียงพอ และอยู่ในที่อาศัยที่เหมาะสม สามารถปกป้องลมหนาวได้ รวมทั้งออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ รักษาสุขอนามัยของร่างกาย หมั่นล้างมือ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ และไม่ควรอาบน้ำอุ่นนานเกินไป หรือปรับอุณหภูมิน้ำร้อนจนเกินไป จะทำให้ผิวแห้ง คัน แตก ลอก ควรทาครีมบำรุงผิวหลังอาบน้ำทันที เพิ่มความชุ่มชื้นป้องกันผิวแตก โดยเฉพาะผู้สูงอายุมักมีสภาพผิวหนังที่แห้งง่ายตามวัย   ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับผิวหนัง หรือผู้ป่วยเบาหวาน ต้องระวังอย่าให้ผิวแห้งแตก หรือเกิดเเผลจากการเกา เพราะจะเกิดการอักเสบ และเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัว  เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หอบหืด เป็นต้น ควรหมั่นตรวจเช็คค่าความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด และควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

 ************************************ 17 ตุลาคม 2563

*************************************************


จากหน่วยงาน : กลุ่มภารกิจด้านข่าวและสื่อมวลชนสัมพันธ์ สำนักสารนิเทศ เปิดดู 526 view
วันที่ประกาศข่าว : 17 ตุลาคม 2563 เวลา 10:10 น.