ข่าวเพื่อมวลชน

พิมพ์

“อนุทิน” ยืนยัน พร้อมรับมือโควิด 19 หากเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ


          รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันระบบสาธารณสุขมีความพร้อมรับมือโรคโควิด 19 หากรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ ส่วนการลดวันกักตัวคาดได้ข้อมูลเชิงประจักษ์สัปดาห์หน้า เพื่อเสนอ ศบค.พิจารณา เบื้องต้นจากการทบทวนข้อมูลทั่วโลกพบการกักตัว 14 วัน และ 10 วันในกลุ่มประเทศเสี่ยงต่ำไม่มีความแตกต่าง

           วันนี้ (14 ตุลาคม 2563) ที่กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ดี สามารถฟื้นตัวจากโรคโควิด 19 ได้รวดเร็ว ได้รับความเชื่อมั่นและการยอมรับจากทั่วโลก ทำให้ต่างชาติมั่นใจอยากเข้ามาท่องเที่ยว จึงต้องทำให้ประเทศไทยมีเสน่ห์ เพื่อต้อนรับคนต่างชาติให้เข้ามาจำนวนมาก เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่ของประเทศมาจากการท่องเที่ยว ถือเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัว ดังนั้น รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีก็พร้อมเปิดประเทศและผ่อนคลายมาตรการให้คนเข้าประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยยืนยันว่า กระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมในทุกๆ ด้าน รองรับการผ่อนคลายมาตรการในครั้งนี้

          ด้านนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ประเทศไทยมีระบบการกักกันผู้เดินทางมาจากต่างประเทศที่ดี ทุกรายต้องถูกกักตัว 14 วัน รวมแล้วแสนกว่าราย ทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์โรคโควิด 19 ได้ ส่วนข้อเสนอในการลดวันกักตัวลงนั้น คณะกรรมการวิชาการ และคณะกรรมการที่ปรึกษา ของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ได้ทบทวนข้อมูลทั่วโลกและให้คำแนะนำว่าการลดวันกักกันลงจาก 14 วันเหลือ 10 วันไม่มีความแตกต่าง โอกาสมีคนติดเชื้อหลุดออกไปมีน้อยมาก โดยเฉพาะการเริ่มต้นจากประเทศที่มีเสี่ยงต่ำหรือมีความเสี่ยงใกล้เคียงประเทศไทย เช่น จีน ไต้หวัน นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย โอกาสหลุดอาจเป็น 1 ในล้านคน คาดว่าสัปดาห์หน้าจะได้ข้อสรุปเบื้องต้นที่เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ให้ทุกคนยอมรับ เพื่อเสนอศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 พิจารณาต่อไป

          “กระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมหากประเทศไทยเปิดรับนักท่องเที่ยว โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงเกิดการโรคระบาด หรือหากพบเกิดขึ้นก็มีความสามารถในการเฝ้าระวัง ตรวจจับ และรักษาพยาบาล เช่น กรณีเหตุการณ์ที่จังหวัดระยอง หรืออำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ล่าสุดผลการตรวจเชิงรุกในพื้นที่เป็นลบทุกรายแล้ว พิสูจน์ได้ว่าระบบของเราทำงานได้ จึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นกลัวจนเกินไป หากรายใดที่สงสัยไม่แน่ใจหรือไม่สบายใจ สามารถปรึกษาแพทย์ได้ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือปรึกษาสายด่วน กรมควบคุมโรค โทร 1422  ซึ่งขณะนี้มีเครือข่ายห้องปฏิบัติการกระจายอยู่ทั่วประเทศ  พร้อมดูแลประชาชนในการเปิดประเทศอีกครั้ง เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตได้อย่างปกติที่สุด”นายแพทย์โอภาสกล่าว

 ******************************* 14 ตุลาคม 2563

******************************************


จากหน่วยงาน : กลุ่มภารกิจด้านข่าวและสื่อมวลชนสัมพันธ์ สำนักสารนิเทศ เปิดดู 451 view
วันที่ประกาศข่าว : 14 ตุลาคม 2563 เวลา 17:58 น.