ข่าวเพื่อมวลชน

พิมพ์

รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ( Novel Coronavirus;2019-nCoV) ประจำวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563


รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019

( Novel Coronavirus;2019-nCoV)  

ประจำวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563

 

1.สถานการณ์ ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 ณ เวลา 08.00 น.         

          1. ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 22 ราย กลับบ้านแล้ว 10 ราย รวมสะสม 32 ราย

          2. ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม - 8 กุมภาพันธ์ 2563 มีผู้ป่วย เข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 654 ราย คัดกรองจากสนามบิน 49 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 605 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 279 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 375 ราย โดยวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 พบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรครายใหม่ 39 ราย

          3. สถานการณ์ทั่วโลกใน 28 ประเทศ ข้อมูลตั้งแต่ 5 มกราคม– 8 กุมภาพันธ์ 2563 พบผู้ป่วยยืนยัน
ติดเชื้อจำนวน 34,410 ราย เสียชีวิต 719 ราย ส่วนประเทศจีน พบผู้ป่วย 34,083 ราย เสียชีวิต 654 ราย

           4. ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข สถานการณ์จะดีขึ้นด้วยความร่วมมือจากประชาชน อย่าเชื่อข่าวลือจากทุกทาง “เช็คก่อนแชร์” งดแชร์ข้อมูลผู้ป่วยทางสื่อออนไลน์ และมาจากแหล่งข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ เพื่อไม่ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแพร่หลาย เกิดความตระหนก และมีความผิดตาม                พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โปรดติดตามข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุข หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเว็บไซต์ https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/ และ Line@/เฟซบุ๊ค : รู้กันทันโรค,Coronavirus2019, กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ประชาชนตรวจสอบข่าวลวงได้ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม www.antifakenewscenter.com

 

2.  สธ.พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เพิ่ม 7 ราย กลับบ้านได้อีก 1 ราย

 กระทรวงสาธารณสุข แถลงพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อีก 7 ราย เป็นคนจีน 4 ราย และคนไทย 3 ราย และมีผู้ป่วยที่หายเป็นปกติ สามารถกลับบ้านได้อีก 1 ราย สรุปสถานการณ์ในประเทศไทยขณะนี้ มีผู้ป่วยยืนยันที่รักษาหายแล้ว 10 ราย ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 22 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 32 ราย

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงความคืบหน้าสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ว่า ในวันนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญฯ ได้รายงานผู้ป่วยยืนยันเพิ่ม 7 ราย เป็นคนจีน 4 ราย และคนไทย 3 ราย หนึ่งในนี้เป็นคนไทยกลับบ้าน (จากอู่ฮั่น) และแยกเฝ้าระวังที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ส่วนผู้ป่วยคนไทยอีก 2 ราย เป็นชายประกอบอาชีพที่ต้องติดต่อกับนักท่องเที่ยว และอีก 1 ราย เป็นผู้ที่สัมผัสใกล้ชิด สำหรับผู้ป่วยคนจีน 4 ราย 3 รายเป็นสมาชิกในครอบครัวเดียวกันกับผู้ป่วยยืนยันรายเดิม และอีก 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวที่มาพบแพทย์ตามคำแนะนำที่ได้รับจากกระทรวงสาธารณสุขตอนเดินทางเข้าประเทศไทย สรุปขณะนี้มีผู้ป่วยยืนยันรักษาตัวในโรงพยาบาลทั้งหมด 22 ราย ส่วนใหญ่อาการดีขึ้น รายที่อาการหนักอยู่สถาบันบำราศนราดูร อาการยังทรงตัว
 

ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการ กระทรวงสาธารณสุข ยังเข้มข้นการเฝ้าระวังและคัดกรองโรค ทั้งในกลุ่มนักท่องเที่ยว กลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยง โดยปลัดกระทรวงสาธารณสุขจะประชุมติดตามผลการดำเนินงานและมีข้อสั่งการเป็นประจำทุกวัน    

 

3. ผลการดำเนินงานที่ด่านควบคุมโรค

          - ตั้งแต่วันที่ 3 - 23 มกราคม 2563 ตรวจคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิ สะสม จำนวน 137 เที่ยวบิน จำนวน 21,522 คน ใน 5 ท่าอากาศยาน ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต และกระบี่ ได้ และเพิ่มที่ท่าอากาศยานเชียงรายอีก 1 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม -7 กุมภาพันธ์ 2563 คัดกรองผู้โดยสารสายการบินจากสาธารณรัฐประชาชนจีน 1,138 เที่ยวบิน ทางกระทรวงสาธารณสุขได้จัดเจ้าหน้าที่หมุนเวียนไปสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ด่าน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง

         - นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับแจกคำแนะนำสุขภาพ (health beware card) จากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรค

4.ข้อแนะนำประจำวันในการป้องกันตนเองจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019

หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำ และสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น และปฏิบัติตามคำแนะนำ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” อย่างเคร่งครัด

  *****************************   8 กุมภาพันธ์ 2563
 


จากหน่วยงาน : กลุ่มภารกิจด้านข่าวและสื่อมวลชนสัมพันธ์ สำนักสารนิเทศ เปิดดู 4256 view
วันที่ประกาศข่าว : 8 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 13:41 น.