ข่าวในรั้ว สธ.

พิมพ์

สธ. เปิดตัวเครือข่ายภาคเอกชน “หวานน้อยสั่งได้” เฟส 2


          กระทรวงสาธารณสุข ขับเคลื่อนนโยบายหวานน้อยสั่งได้ เฟส 2 ขยายผลสู่ภาคธุรกิจ 7 องค์กร เพื่อให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดตัว Smart Media “Food4Health” โปรแกรมอัจฉริยะ ตัวช่วยให้คนไทยไม่ติดหวาน

         วันนี้ (31 มีนาคม 2564) ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเป็นประธานงานขับเคลื่อนนโยบายหวานน้อยสั่งได้ เฟส 2 ผ่าน Facebook Fanpage กรมอนามัย ณ บริเวณโถงอาคาร 1 ชั้น 1 กรมอนามัย ว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ได้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายหวานน้อยสั่งได้ เฟสแรก มาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 โดยได้รับความร่วมมือบูรณาการระหว่างองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน จำนวน 10 แบรนด์ ได้แก่ คาเฟ่อเมซอน อินทนิล ออลล์คาเฟ่ คัดสรร เบลลินี่ กาแฟมวลชน จังเกิล อราบิเทีย ทรูคอฟฟี่ และดอยช้างคอฟฟี่ ทั้งหมดทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 11,471 สาขา โดยผลจากการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ทำให้ประชาชนลดการบริโภคน้ำตาลจากเครื่องดื่ม สั่งเครื่องดื่มหวานน้อยเพิ่มขึ้นร้อยละ 35.5 นอกจากนี้ จากการสำรวจการรับรู้สัญลักษณ์หวานน้อยสั่งได้แบบออนไลน์ โดยสำนักโภชนาการ กรมอนามัย พบว่า ในช่วงเดือนธันวาคม 2563 และเดือนมกราคม 2564 ประชาชนมีการรับรู้สัญลักษณ์หวานน้อยสั่งได้ที่ระดับร้อยละ 48.2  

        “การขับเคลื่อนนโยบายหวานน้อยสั่งได้ เพื่อให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคน้ำตาลให้ลดลง เป้าหมายภายในปี 2564 ประชาชนไทยมีพฤติกรรมการสั่งเครื่องดื่มหวานน้อย อย่างน้อยร้อยละ 50 กรมอนามัยจึงได้จัดทำ Smart Media “Food4Health” ซึ่งเป็นโปรแกรมอัจฉริยะ สามารถบันทึกสูตรเครื่องดื่มลงในระบบโปรแกรมโดยจะแปลผลให้ว่าเครื่องดื่มนั้น ๆ มีปริมาณน้ำตาลผ่านเกณฑ์เมนูชูสุขภาพหรือไม่ หากผ่านเกณฑ์ฯ โปรแกรมจะออกใบรับรองเมนูชูสุขภาพออนไลน์ พร้อมทั้งปักหมุดแนะนำเส้นทางร้านหวานน้อยสั่งได้ใน GPS นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำข้อควรระวังในการสั่งเครื่องดื่มรสหวานที่มีส่วนผสมของน้ำตาลชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะน้ำตาลฟรุกโตสซึ่งพบในน้ำผึ้ง ผลไม้ที่มีรสหวาน และน้ำเชื่อมข้าวโพด (corn syrup) หากได้รับในปริมาณมากจะทำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับได้ โดยโปรแกรมอัจฉริยะนี้จะเป็นการจัดการสภาพแวดล้อมด้านอาหารและโภชนาการให้กับประชาชน ทุกกลุ่มวัยให้สามารถเข้าถึงอาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพได้ เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างยั่งยืน” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าว

          ทางด้าน นายแพทย์สุวรรณชัย  วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายหวานน้อยสั่งได้ เฟส 2 ในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอด และขยายผลสู่ภาคประชาชน ผ่านทางเครือข่ายและสมาคมต่าง ๆ เช่น องค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย เครือข่ายคนไทยไร้พุง เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน    และขยายผลสู่ภาคธุรกิจทั้งห้างสรรพสินค้า ได้แก่ บริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด บริษัท เซ็นทรัลฟู้ดรีเทล จำกัด ศูนย์การค้า ได้แก่ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี (Big C supercenter) บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเท็ม จำกัด (โลตัส) แฟรนไชส์ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ บริษัท แบล็คแคนยอน ประเทศไทย จำกัด และแฟรนไชส์เครื่องดื่ม ได้แก่ บริษัท ทิพย์ธารี จำกัด (ชาตรามือ) และแฟรนไชส์ต้นตำรับชาพะยอม ซึ่งจะทำให้มีร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแบบ หวานน้อยสั่งได้เพิ่มมากขึ้น อันจะช่วยลดการเกิดโรคอ้วน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือดได้อีกทางหนึ่งด้วย

ศูนย์สื่อสารสาธารณะ/ 31 มีนาคม 2564


จากหน่วยงาน : กรมอนามัย เปิดดู 281 view
วันที่ประกาศข่าว : 31 มีนาคม 2564 เวลา 10:57 น.